วิธีแก้ปัญหาเล็บเหลือง ให้กลับมาสวยดูดีและสุขภาพดี

ปัญหาเล็บเหลืองทำให้สาวๆ ไม่อยากปล่อยเล็บไว้เปล่าๆ โดยไม่ทายาทาเล็บ แต่รู้หรือเปล่าว่ายิ่งทาก็ยิ่งเหลืองงงง!!!
ดังนั้นวันนี้ Nackna มีวิธีง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเองมาฝาก เกี่ยวกับการดูแลเล็บของเราให้กลับดีขึ้น และหายเลือด ดูสุขภาพดี๊ดีค่ะ

how-to-file-your-nails

more.com

 

1.ใช้ยาสีฟันขัด

ยาสีฟันคือสิ่งมหัศจรรย์ ที่นอกจากจะทำให้ฟันสะอาดและบางคนเอาไว้แต้มสิวอักเสบให้ยุบแล้ว ยังช่วยเรื่องเล็บเหลืองอีกด้วย ลองหาแปรงสีฟันเก่าๆ มาป้ายยาสีฟันและขัดๆ ติดต่อกันประมาณ 7 วัน เล็บของเราก็จะขาวขึ้นแล้ว

toothbrush-toothpaste-dental-care-clean-40798


2.ใช้มะนาวช่วย

สามารถใช้น้ำมะนาวที่เป็นฤทธิ์เป็นกรดขัดถูเล็บได้ โดยฝานมะนาวครึ่งหนึ่งและใช้วนๆ บริเวณเล็บที่เหลือง หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ ค่า

pexels-photo-357577


3.หยุดหรือพักทาเล็บ

ทั้งยาทาเล็บแบบธรรมดา และ แบบเจล รวมไปถึงการต่อเล็บอื่นๆ เพราะถ้ายิ่งทำเพื่อปกปกิ เล็บเหลืองจะยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้น แถมยังหน้าเล็บบาง หักง่ายอีกต่างหาก

painting-fingernails-nail-polish-hearts-valentine-37553


4.เลือกยาทาเล็บที่มีคุณภาพ

การเลือกยาทาเล็บที่มีส่วนผสมช่วยบำรุงเล็บ จำเป็นมากๆ ค่ะ

pexels-photo-355206


5.หมั่นตัดเล็บ และทำความสะอาด

อย่าปล่อยให้เล็บยาวจนเกินไป เพราะเมื่อเล็บยาวตามซอกเล็บจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดีเลยทีเดียว ถ้าสาวๆ คนไหนอยากไว้เล็บยาวจริงๆ จะต้องหมั่นตัดเล็มเล็บอยู่เสมอนะคะ

pexels-photo-332046


เพียงเท่านี้ เล็บก็จะกลับมาสุขภาพดีแล้วววว > <

สตรอว์เบอร์รี ผลไม้หน้าหนาวที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่แท้ทรู

strawberries-frisch-ripe-sweet-89778

เวลาที่สาวๆ นึกถึงผลไม้หน้าหนาว ที่จำเป็นต้องขึ้นเหนือเพื่อไปชิม คงจะหนีไม่พ้นเจ้าลูกแดงๆ สีสันน่าทานอย่าง สตรอว์เบอร์รี วันนี้ Nackna มีประโยชน์ของ สตรอว์เบอร์รี มาฝากกันค่ะ ขอเกริ่นก่อนเลยว่า เป็นผลไม้ที่คู่ควรกับผู้หญิงจริงๆ!

smoothie-fruit-beverage-drink-161600
 

1.อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัย

สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น มากกว่าส้ม 1.5 เท่า องุ่น 2 เท่า กีวี 3 เท่า มะเขือเทศและกล้วยหอม 7 เท่า และมากกว่าลูกแพร์ 15 เท่า!! โอ้โห้ makeessay เยอะแยะมากเลยทีเดียว โดยในสตรอว์เบอร์รีมีสานต้านอนุมูลอิสระ ตัวอย่างเช่น Quercetin,Kaempferol และ Anthocyanin ซึ่งสารดังกล่าวมีส่วนช่วยในการยับยั้งสารก่อมะเร็งต่าง ๆ ได้ นั่นเองค่ะ


2.ช่วยบำรุงและรักษาสายตา

สำหรับใครที่ต้องจ้องคอม จ้องมือถือทั้งวัน แนะนำให้รับประทานค่ะ การรับประทานสตรอว์เบอร์รีเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาได้ถึง 50% เลยทีเดียว
 

pexels-photo-102444


3.ป้องกันการเกิดโรคหวัดและภูมิแพ้

หวัดตัวร้าย ภูมิแพ้ตัวดี ที่ทำให้เรารำคานใจอยู่บ่อยๆ แก้ได้ด้วยการรับประทานสตรอว์เบอร์รีค่ะ แถมการดื่มน้ำสตรอว์เบอร์รียังช่วยให้ฟื้นจากไข้ได้เร็วขึ้นอีกด้วยนะคะ 


4.ช่วยเกี่ยวกับโลหิต

มีส่วนช่วยบำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้นั่นเองค่ะ ทั้งนี้เนื่องจากมีส่วนช่วยเกี่ยวกับโลหิตต่างๆ แล้วยังเต็มไปด้วยซูเปอร์ไฟเบอร์เพกทิน ตัวนี้จะช่วยลดคอเลสเตอรอลค่า


5.ผลไม้ให้พลังงานต่ำ และช่วยให้ผิวพรรณสวย

นิยมทานสตรอว์เบอร์รีขณะลดความอ้วน เพราะว่าเป็นผลไม้ให้พลังงานต่ำ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวสวย สังเกตได้จากเมนูดีท็อกซ์ต่างๆ จะมีส่วนผสมของสตรอว์เบอร์รีอยู่เสมอค่า
 


: ขอบคุณข้อมูลจาก medthai.com,sukkaphap-d.com และรูปภาพจาก pexels.com :

ผลไม้ 5 ชนิดที่เหมาะสำหรับผู้หญิงมีประจำเดือน

นอกจากอาหารบางชนิดที่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีประจำเดือน และกระเป๋าน้ำร้อน รวมถึงยาแก้ปวดแล้ว ผลไม้บางชนิดก็สามารถรับประทานเพื่อลดอาการปวดประจำเดือนได้ Nackna มี 5 ชนิดมาฝากค่ะ

 

1.แอปเปิ้ล

ผลไม้ต้องห้ามในสวนเอเดนอย่างแอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่สามารถรับประทานเพื่อลดอาการปวดประจำเดือนได้ สามารถลดไข้ ลดการอักเสบ และยังช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และการรับประทานแอปเปิ้ลวันละ 1 ลูกจะป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้โดยตรงได้อีกด้วย

apple-red-fruit-ripe-144245


2.อ้อย

ผลไม้รสชาติหวานๆ อย่างอ่อน สามารถทำให้ร่างกายที่อ่อนเพลียกระชุ่มกระชวยขึ้น และมีสารอาหารที่สามารถบำรุงเลือดได้ ทำให้การไหลเวียนดีขึ้น และทำให้เลือดของประจำเดือนปกติขึ้นด้วย

Freshly squeezed sugar cane juice in glass with cut pieces cane on a wooden table.cr.agreenpath.com


3.กล้วยหอม

กล้วยหอมที่นิยมรับประทานให้อยู่ท้อง ช่วยลดอาการปวดเกร็งของมดลูกระหว่างมีประจำเดือนได้ และยังปรับสมดุลให้อารมณ์คงที่อีกด้วย

pexels-photo-461208


4.องุ่น

ช่วยในการไหลเวียนของเลือด และสามารถช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ ดีขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายที่อ่อนเพลียจากการเสียเลือดประจำเดือนดีขึ้น 

pexels-photo-708777

 


5.ผลไม้ตระกูลเบอรี่


จะช่วยให้การขับถ่ายสะดวก และ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น อารมณ์ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

pexels-photo-459554
 

: ขอบคุณข้อมูลจาก mamaexpert.com, healthgossip.co, medthai.com และรูปภาพจาก pexels.com :

 

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการกิน ถึงว่าทำยังไงน้ำหนักก็ไม่ลดสักที!

โอ๊ยแย่! อยากจะลดน้ำหนักแต่ทำไมถึงเพิ่ม ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ 
สิ่งที่สาวๆ กำลังผิดพลาดอยู่อาจจะเป็นเรื่องของความเชื่อก็ได้นะคะ เป็นความเชื่อที่ไม่ว่าจะคิดขึ้นมาเอง หรือฟังต่อๆ กันมา เอาล่ะ ถ้าอยากหุ่นดีและไม่เสียเวลาลดน้ำหนัก ลองมาไล่ดูกันว่า ความเชื่ออะไรที่สาวๆ เป็นกันบ้าง รู้แล้วจะได้เปลี่ยนแปลงซะ!

woman-measuring-stomach-1296x728

healthline.com


1.กินมื้อเช้าให้หนักๆ

จริงที่บอกให้ทานมื้อเช้าทุกๆ วัน เพราะจะได้มีแรงและได้รับสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายครบถ้วน แต่การที่อัดๆๆ ยัดๆๆ กินแต่มื้อเช้าหนักๆ แต่พลังงานถูกนำไปใช้ไม่หมดก็อ้วนขึ้นเหมือนกันค่ะ แต่ถ้ายังยืนยันอยู่แนะนำว่าถ้าวันนั้นทานอาหารเช้าเยอะ ตอนเย็นจะต้องหาเวลาออกกำลังกาย

vegetables-italian-pizza-restaurant


2.กินให้น้อยๆ ถ้าอยากผอมต้องทนหิว

หูวววว อยากบอกว่าไม่จริงค่ะ เพราะวิถีนี้เห็นคนตบะแตกมาเยอะแล้ว ลดไป  2 ขีดเพิ่มพรวดเดียวเพราะขาดสติอีก 2 โล ฮือๆ ชีวิตมันเศร้า ทางที่ดีกินให้ครบทุกมื้อและเน้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และคุมแคลอรี่จะดีกว่าค่ะ

food-tomato


3.ถ้าอยากลดน้ำหนักระยะยาวให้กินยาลดความอ้วน

เอี๊ยดดดด เบรกเลยค่ะสาวๆ ไม่ว่ายังไงการทานยาลดความอ้วนก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากว่าต้องการจริงๆ ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่าซื้อทานเองนะคะ

pexels-photo-576831


4.กินแต่สลัดผัก


ดีค่ะ เรื่องหนึ่งคือมีผลและผลไม้ มีธัญพืช แต่เวลาสาวๆ ทานสลัดผักเนี่ย มีน้ำสลัดด้วยหรือเปล่า ถ้ามีน่ะก็ขอบอกให้เตรียมช็อก!!! เพราะถึงสลัดจะดีต่อสุขภาพ แต่แคลอรี่ระดับมหาศาลอยู่ที่น้ำสลัดค่า

pexels-photo-434258


5.ไม่กินไขมันทุกชนิด


ผิดๆๆ ผิดไปหมด สาวๆ จะต้องรู้ก่อนว่าไขมันคือสิ่งที่ช่วยให้พลังการต่อร่างกาย ถ้าไม่ทานแล้วก็ไม่มีแรงกันพอดี ดังนั้นแนะนำให้ทานไขมันดีค่ะ ส่วนไขมันไม่ดีในฟาสฟู๊ดน่ะเลิกซะ!

pexels-photo-139681
 

ลองปรับเปลี่ยนวิธีการทานดูนะคะ แล้วหุ่นดีๆ จะกลับมาหาเราเอง ^^

แนะนำประเภทหมอน ที่จะทำให้สาวๆ นอนหลับสบายตลอดทั้งคืน

pexels-photo-545012


สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้ Nackna มีเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพมาฝาก ไม่ใช่เรื่องการกินแต่เป็นการพักผ่อนค่ะ ในชุดเครื่องนอนของสาวๆ จะต้องประกอบไปด้วย เตียง ผ้าห่ม และที่ขาดไม่ได้เลยคือหมอนหนุนนอนนั่นเอง แล้วรู้หรือเปล่าว่าหมอนมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทก็สามารถช่วยเรื่องการนอนแล้วปวดคอ และทำให้นอนหลับสบายมากขึ้นได้นะคะ

 

1. หมอนขนเป็ด


หมอนขนเป็ดหรือหมอนขนห่านให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เวลานอนแล้วจะหลับสบาย เป็นหมอนที่สามารถนอนคว่ำหน้าแล้วไม่เจ็บ ช่วยลดอาการปวดคอและหลังได้ค่ะ แต่อาจจะต้องระวังสักนิดสำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ ฝุ่นละอองต่างๆ เพราะขนเป็ดหรือขนห่านอาจทำให้แพ้ได้

duck-feather-and-down-pillows-gallery-5_1_2

cr.soakandsleep.com


2. หมอนยางพารา


หมอนชนิดนี้สามารถช่วยเรื่องปวดคอและปวดหลังได้ดีค่ะ เพราะเวลานอนจะช่วยพยุงคอ บ่า และกระดูกสันหลังส่วนบน นอนแล้วจะกระจายน้ำหนักไปยังจุดต่างๆ ทำให้ไม่รู้สึกว่าถูกกดทับแค่จุดๆ เดียว แถมยังไม่เป็นที่สะสมของฝุ่นละอองอีกด้วย ดีต่อคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ค่ะ แต่อาจต้องระวังเรื่องแพ้ยางพารานะคะ

Obasan-5245cr.obasan.ca


3.หมอนใยสังเคราะห์


หมอนที่ถูกใช้กันเยอะ เพราะหาซื้อได้ง่ายที่สุดในบรรดาหมอนที่พูดถึง ดูแลรักษาง่ายและราคาไม่แพง มีน้ำหนักเบาค่ะ แต่อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น จะยุบตัวและทำให้เวลาหนุนนอนปวดคอได้ง่าย จึงควรเปลี่ยนบ่อยๆ ค่ะ

ab

cr.zinniabedding.com

 

: ขอบคุณข้อมูลจาก hoteljumnorn.blogspot.com,ideaforlife.net :

มาดูประโยชน์ขององุ่นแต่ละสี ผลไม้หวานอมเปรี้ยว ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ

สวัสดีค่า ^^
ช่วงกลางวันๆ หลังจากที่เราทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยก็ต้องหาผลไม้ล้างปากกันหน่อยเนอะ วันนี้ Nackna มีผลไม้ที่มีด้วยกันถึง 3 สี! แต่ไม่ใช่ในลูกเดียวกันนะคะ เป็นประเภทเดียวกัน นั่นก็คือองุ่น องุ่นมีหลากหลายสายพันธุ์และมีทั้งองุ่นสีดำ องุ่นสีแดงและองุ่นสีเขียว ซึ่งแต่ละสีก็จะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน

green-grapes-wallpaper-1

เรามาดูกันค่ะ ว่าแต่ละสีมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?


1. อยากมีผิวสวยให้เลือกองุ่นแดง

มาเริ่มกันที่องุ่นแดงค่ะ สาวๆ อยากจะมีผิวสวยๆ ก็ต้องหมั่นรับประทานองุ่นสีแดงนะคะ เพราะองุ่นสีแดงมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง และยังมีสารแอนโธไซยานินที่ช่วยให้ระบบการทำงานของประสาทดีขึ้น! เมื่อระบบประสาทดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดในร่างกายก็จะมีประสิทธิภาพตามไปด้วยค่ะ ส่งผลให้ผิวพรรณดีขึ้น ไม่เท่านั้นยังบำรุงสายตาอีกด้วยนะคะเนี่ย ป้องกันเนื้องอก ลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ประโยชน์ดี๊ดีและยังแก้โรคเหน็บชาได้อีกด้วย 

pexels-photo


2. กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักให้เลือกองุ่นดำ

สถาบันการแพทย์ Mayo Clinic แนะนำว่าถ้าต้องการลดน้ำหนักให้านองุ่นดำวันละครั้ง เพราะในองุ่นดำมีไฟเบอร์สูงมากๆ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ง่าย ทำให้เรารู้สึกอิ่มและยังให้แคลอรี่ที่ต่ำอีกด้วย ทำให้เหมาะสุดๆ ที่จะเป็นผลไม้ยามบ่ายหรือยามท้องว่างของสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก นอกจากนั้นในองุ่นดำยังมีวิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม และใยอาหารสูง

original_grow-your-own-grape-vine


3.รักษาโรคด้วยองุ่นเขียว

ในองุ่นสีเขียวมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น คาเตชิน (Catechin) และเทอร์ซอทิลบีน (Ptersotilbene) ค่ะ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านโรคได้หลายชนิดมาก!!! ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคของระบบประสาท โรคอัลไซเมอร์ ลูคีเมีย และโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้หายหวัดได้ด้วยนะคะ

grapes-wine-fruit-vines-60021


: ขอบคุณข้อมูลจาก todayhealth.org,cheewajit.com,sukkaphap-d.com และรูปภาพจาก aliexpress.com, pexels.com:

เตือนให้ระวัง! 7 อาหารที่ไม่ควรรับประทานตอนท้องว่าง


ไหน ใครมีนิสัยพอท้องว่างปุ๊ปหยิบทุกอย่างเข้าปากรัวๆ บ้าง?
ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้หรือจะห้ามอะไรนะคะ เพียงแต่สาวๆ จะต้องจำไว้อย่างนึงว่า ไม่ใช่อาหารทุกอย่าง ที่เหมาะจะทานตอนท้องว่าง!

แล้วมีอะไรบ้างนะ Nackna มี 'อาหารต้องห้ามเวลาท้องว่าง 7 อย่าง' มาบอกค่า
 

1. นมหรือถั่วเหลือง


น่าจะเป็นอาหารที่สาวๆ หลายคนเลือกหยิบบ่อยๆ ตอนท้องว่าง แม้จะมีโปรตีนและแคลเซียมสูง แต่ก็ไม่ควรทานเดี่ยวๆ นะคะ เพราะอย่างน้ำเต้าหู้เนี่ยมีสารอาหารประเภทแป้งรวมอยู่ด้วย อาจทำให้ท้องอืดด้วยน้า

soymilk1

timedotcom.files.wordpress.com


2.กล้วย


สามารถทานได้ในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ แต่ต้องระวังด้วยนะคะ เพราะกล้วยก็สามารถทำให้ท้องอืดได้ และนอกจากนั้นในกล้วยมีแมกนีเซียมสูงมากๆ หากทานมากไปอาจเข้าไปยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ อุ้ย อันตรายมากๆ ค่ะ

night-studio-color-minimalism-60470

pexels.com
 


3.ชารสชาติเช้มขนหรือรสแก่


ด้วยความที่ชามีสารทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะเจือจาง ทำให้เกิดอาการใจสั่น กระวนกระวาย เวียนหัวและไม่มีแรงเอาได้นะคะ
 

pexels-photo-370018

pexels.com

 


4. กระเทียม


สมุนไพรไทยที่หลายๆ คนรู้จักกันดี ทานแล้วมีประโยชน์จริงค่ะ แต่ถ้าทานตอนท้องว่างจัด จะกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ไม่เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่มีแผลในกระเพาะอาหารค่ะ
 

pexels-photo-416450

pexels.com


5.ลูกผลับ


หนึ่งอย่างที่ไม่ควรทานตอนท้องว่างอย่างมากเลยคือลูกผลับค่ะ เพราะลูกผลับจะตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือออกมา ทำให้เป็นแผลในกระเพาะ คลื่นไส้ อาเจียนได้

kale-persimmon-and-pecan-salad3-

foodpleasureandhealth.com


6.ของหวาน หรือ อาหารที่มีรสหวานจัด


รู้หรือไม่ว่าหากกินของหวานจัดตอนท้องว่างจะส่งผลต่อการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต ทำให้ประสิทธิภาพแย่ลง เนื่องจากโปรตีนและน้ำตาลเมื่อรวมตัวกันจะดูดซึมโปรตีนทุกชนิดนั่นเอง ดังนั้นทานได้ค่ะ แต่ไม่ควรทานตอนท้องว่าง และ ไม่ควรทานเยอะเพราะน้ำหนักจะขึ้นเอาน้า

valentine-candy-hearts-conversation-sweet-37532

pexels.com
 


7.แอลกอฮอล์


เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าแอลกอฮอล์ไม่ควรทานตอนท้องว่าง เพราะจะทำให้ปวดท้อง แฮงค์ง่ายขึ้น และ ส่งผลเสียอีกหลายอย่างมากๆ เลยค่ะ

pexels-photo-169391

pexels.com

สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญมากๆ การเลือกทานอะไรเข้าไป จะส่งผลต่อสุขภาพแทบทุกอย่าง "You are what you eat" นะคะสาวๆ
 

: ขอบคุณข้อมูลจาก รายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง,manager.co.th :

10 วิธีที่จะทำให้นอนหลับบนเครื่องบิน ไม่ต้องกังวลเรื่องอ่อนเพลียจากการเดินทาง!

เคยไหมคะ? เวลาที่สาวๆ ต้องขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปนู้นไปนี่ มันทำให้สาวๆ อ่อนเพลีย เพราะเวลาอยู่บนเครื่องมักนอนหลับไม่สนิทและไม่สบายตัวเลย งั้นมาดูเทคนิคในการทำให้ตัวเองนอนหลับสนิทและสบายขึ้นบนเครื่องบินกันค่ะ วิธีไหนน่าจะเวิร์คก็ลองนำไปใช้ดูนะคะ ^^

flying-people-sitting-public-transportation


1.จองไฟล์ทดึก

แน่นอนค่ะโดยปฏิบัติแล้วเวลานอนของเราคือตอนกลางคืน ดังนั้นถ้าอยากพักผ่อนก็สามารถจองไฟล์ทดึกๆ เพราะร่างกายเราจดจำเวลานอนอยู่แล้ว ทำให้ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นค่ะ

pexels-photo-115491


2.จองที่นั่งด้านซ้ายหรือขวา

ไม่ใช่ฮวงจุ้ยหรืออะไรอย่างนั้นหรอกค่ะ แต่ถ้าเราเลือกนอนตรงกลางจะมีพื้นที่นอนน้อย เพราะไม่จะไม่สามารถเอนศีรษะได้นั่นเอง ดังนั้นถ้าต้องการนอนแล้วมีที่เอนศีรษะให้เลือกฝั่งซ้ายไม่ก็ขวาแล้วแต่ถนัดนะคะ

man-person-people-train


3.แต่งตัวสบายๆ

เอาล่ะ เราคงไม่จำเป็นต้องจัดเต็มตั้งแต่อยู่บนเครื่อง ถ้าเราไม่ได้ยินระยะสั้น ให้เลือกแบบที่แต่งแล้วสบายๆ เป็นชุดผ้าร่มหรือชุดกีฬา ชุดลำลอง และลองมองหาถุงเท้าด้วยนะคะเพราะบนเครื่องแอร์เย็น จะได้อุ่นๆ เนอะ

pexels-photo


4.พยายามดูแลตัวเองก่อนขึ้นเครื่อง

ก็ถ้าเราไม่สบายหรือนอนไม่พอก่อนขึ้นเครื่อง ความอ่อนเพลียจะสะสม และอาจทำให้หูอื้อได้ง่ายกว่าเดิมนะคะ ทรมานมากๆ เลย


5.ลองอัพเกรดที่นั่งดู

ถ้ามีงบสักหน่อย ลองเลือกที่นั่งโซนเงียบและเลือกเบาะที่นอนสบายมากขึ้นนะคะ เอนเบาะให้รับสารีระจะได้นอนสบายๆ ค่ะ

No Leg Roomlaimit.eu


6.รัดเข็มขัดเอาไว้ตลอดเวลา

สิ่งหนึ่งคือปลอดภัยอยู่เสมอ และไม่ต้องหลับๆ ตื่นๆ ทุกครั้งที่พนักงานเดินมาบอกให้รัดเข็มขัดค่ะ และถ้าห่มผ้าห่มอยู่ในรัดเข็มขัดไว้บนผ้าห่ม จะได้ไม่ถูกรบกวนนะคะ

3

shutterstock
 


7.ไม่ดูทีวีมากเกินไป

สำหรับบางสายการบินจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ หนึ่งในนั้นคือจอทีวี ถ้าอยากจะนอนหลับก็จะต้องไม่ดูหรือดูแค่พอให้ง่วงๆ เพลินๆ และปิดค่ะ

VX-Netflix-LaptopJPG

mirror.co.uk


8.ใช้ผิดปิดตา

หากจำเป็นต้องบินตอนกลางวัน แนะนำให้ติดผ้าปิดตาเอาไว้ เพื่อลดแสงที่เข้ามาแยงตาค่ะ แต่ถ้านอนกลางคืนแล้วใครติดก็ใช้ได้เหมือนกัน

Pacific Islander businesswoman sleeping on private jethuffpost.com


9.ใช้หมอนรองคอ


อย่างน้อยๆ ก็จะไม่ต้องปวดคอเมื่อตื่นและใช้รับแรงกดจากตอนหลับไปแล้วได้ด้วยค่า เลือกแบบที่ชอบจัดไป!

2B9314ED00000578-0-image-a-21_1440249694262

dailymail.co.uk


10.ก่อนขึ้นเครื่องหรือเดินทางไม่ควรดื่มเยอะ


เน้นหลักๆ พวกแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมค่ะ ไม่ควรดื่มเยอะจริงๆ เพราะจำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์พร้อม เมื่อบินอยู่กลางอากาศและเป็นอะไรขึ้นมา จะแย่หนักเอานะคะ ^^

Travel Vaccines and 5 Things to Do Before Travellinghealthxchange.sg

 

: ขอบคุณข้อมูลจาก huffingtonpost.com, emagtravel.com, instyle.com และรูปภาพจากทุกแหล่งที่มา,pexels.com :

 

5 เครื่องดื่มที่ไม่ควรดื่มตอนกินยา


ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก หันไปทางไหนก็เจอแต่คนใส่ผ้าปิดปากและเป็นหวัด แล้วถ้าสาวๆ ที่กำลังเป็นหวัดอยู่ต้องฟังทางนี้ด่วนๆ ค่ะ! Nackna กำลังจะพูดถึงเครื่องดื่มที่ไม่ควรทานตอนกินยา คิดว่าทานได้ทุกน้ำทุกชนิดล่ะสิ แต่จริงๆ แล้วผิดสุดๆ เลยค่า มาดูกันว่า  5 เครื่องต้องห้าม! ที่ไม่ควรทานตอนกินยามีอะไรบ้างน้า?

image-20160606-25992-1k3fk45theconversation.com
 

 

1.ชาหรือกาแฟ

พวกชาและกาแฟจะมีสารกระตุ้นก็คือคาเฟอีน ตัวนี้แหละค่ะตัวร้ายเลย เพราะว่าคาเฟอีนจะทำให้ใจสั่น รู้สึกกระวนกระวาย ทำให้ไม่ควรทานร่วมกันยาบางประเภท โดยเฉพาะพวกยานอนหลับ ยาที่กระตุ้นประสาท ทางที่ดีก็ไม่ควรทานกับยาทุกประเภทนั่นแหละกัน กันไว้ก่อนดีกว่า และในช่วงที่ป่วยก็งดพวกชาและกาแฟไปสักพักนะคะ จะได้ฟื้นฟูและหายเร็วขึ้นเนอะ ^^

pexels-photo-374782

2.นม


อุ้ย จริงหรอ? นมเนี่ยนะห้ามดื่ม ขอบอกว่าจริงค่า เพราะสรรพคุณของนมมีแคลเซียมสูงมาก จะแย่งดูดซึมปฏิชีวนะซึ่งอาจจะอยู่ในตัวยาทำให้ยาประเภทนั้นๆ ทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ เดี๋ยวจะสงสัยว่า ทำไมกินยาแล้วไม่หายซักทีน้า

pexels-photo-236010

3.น้ำอัดลม


ปกติน้ำอัดลมก็เป็นตัวร้ายกัดกระเพาะอยู่แล้วนะคะ ดังนั้นงดไปเลยค่ะช่วงป่วย แล้วถ้าดื่มไปแล้วเป็นแผลในกระเพาะเจอยาแรงๆ จะยิ่งน็อคเอาได้นะ

coca-cola-cold-drink-soft-drink-coke-50593

4.น้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวๆ


ตัวน้ำผลไม้บางชนิดก็ทานไม่ได้นะคะ โดยเฉพาะผลไม้ที่ให้รสเปรี้ยว เนื่องจากพวกนี้จะมีเอนไซม์ในการย่อยค่อยข้างเยอะ ดังนั้นก็จะไม่แย่งย่อยยาและทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้น้อยลงนั่นเอง

pexels-photo-316891

5.แอลกอฮอล์

สุดท้ายคือแอลกอฮอล์ค่ะ ใครๆ ก็รู้ว่ามันไม่ดี ไม่ต้องระหว่างกินยาเลย ในสภาวะปกติก็ไม่ควรทานแล้ว หรือควรทานแต่น้อยๆ เฉพาะพวกไวน์หรือเบียร์ให้ร่างกายสูบฉีดดีขึ้น แต่ตอนไม่สบายอยู่ ไม่ควรทานหลังกินยาและไม่ควรทานระหว่างป่วย จะได้หายไวๆ นะคะ

ทางที่ดีที่สุดคือทานกับน้ำเปล่าสะอาด ร่างกายของเราอยู่กับตัวเราไปอีกนาน ดังนั้นหมั่นเคร่งครัดและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ ^^

: ขอบคุณข้อมูลจาก sanook,กาลาแมร์,thairath.co.th, และรูปภาพจาก pexels.com :

 

ประโยชน์ของส้มโอ ผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่ช่วยลดความอ้วนได้!

pomelo (1)

cuisitive.com

ชะแว๊บบบบบบบบบ!!

กลับมาแล้วค่ากับบทความเกี่ยวกับผลไม้ และผลไม้ที่ Nackna จะแนะนำก็คือ ส้มโอ หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Pomelo ค่ะ เป็นผลไม้ที่อยู่ในหน้านี้พอดี เพราะจะมีรสชาติหวานอร่อยที่ซู๊ดดดดด! ราคาก็ไม่แพงอีกด้วย โดยส้มโอเองได้รับการยอมรับว่ามีสรรพคุณเยอะมาก นำมาใช้ทำยาได้เยอะแยะไปหมด

Nackna เลยขออนุญาตยก 'ประโยชน์ของส้มโอ' มาฝากกัน ขอบอกว่าสาวๆ ที่กำลังไดเอ็ทอยู่ไม่ควรพลาด!
 

 

pomelo-fruit-1

bestherbalhealth.com

 

1. ช่วยลดความอ้วนได้ดีมาก!

ในส้มโอมีเอนไซม์เผาผลาญไขมัน ชื่อว่า Carnitine palmitoyltransferase ค่ะ เจ้าสารตัวนี้เนี่ยจะช่วยให้ระบบเมตาบอลิซึ่มหรือระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเผาผลาญดี ไขมันก็ไม่ค่อยตกค้างอยู่ในร่างกายนั่นเองค่ะ เหมาะมากเลยที่จะเลือกเป็นผลไม้ยามบ่าย ทานบ่อยๆ มีประโยชน์มากๆ

scale-diet-fat-health-53404

pexels.com
 

2. ช่วยลดความอยากอาหารระหว่างวัน

เอาล่ะ นอกจากจะช่วยเรื่องการเผาผลาญแล้ว ยังช่วยเรื่องความอยากอาหาร เพราะนี่แหละชนวนหลักที่จะทำให้อ้วนขึ้น หิวตลอด!! เพราะในผลส้มโอ มีน้ำเป็นส่วนประกอบเป็นจำนวนมากและยังมีใยอาหารในปริมาณสูงอีกด้วย ทำให้อิ่มหรืออยู่ท้องนั่นเอง แต่ทั้งนี้ควรเลือกทานอาหารมีประโยชน์ควบคู่กันนะคะ ^^


3.ช่วยป้องกันการก่อมะเร็ง

ส้มโอเองเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ และนอกจากนั้นเนื่องจากมีรสเปรี้ยวๆ ทำให้มีวิตามินซีอยู่ ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้ด้วยค่ะ
 

 

Health-Benefits-Of-Pomelo-During-Pregnancy

momjunction.com


4.ช่วยลดการเกิดตะคริว

นั่งๆ อยู่แปปเดียวก็รู้สึกชาแขนขาอีกละ ตัวช่วยง่ายๆ คือส้มโอนี่แหละค่ะ เพราะอย่างที่บอกในส้มโอมีสารที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด และสาเหตุการเป็นตะคริวก็เพราะว่าเลือดไม่ค่อยเดิน ดังนั้นตอบโจทย์มากๆ


5.ช่วยบำรุงอีกหลายๆ เรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหัวใจ อ่ะๆๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการอกหักนะคะ และยังช่วยเรื่องความดันโลหิต แก้คลื่นไส้อาเจียน รวมถึงช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นด้วย!

sea-beach-holiday-vacation

pexels.com
 

ประโยชน์ขนาดนี้ไม่ซื้อได้ยังไงล่ะจริงมั้ย? แต่ขอเตือนไว้สักหน่อยว่าในส้มโอปริมาณโปแตสเซียมค่อนข้างสูงเลยค่ะ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับกับไตเท่าไหร่นัก ยังไงก็ทานแต่พอประมาณนะคะ  ^^


: ขอบคุณข้อมูลจาก plerne.com :

 

Nackna