แลกประสบการณ์ชีวิตที่หาที่ไหนไม่ได้กับ 5 โครงการสุดเจ๋ง

ลองออกเดินทางไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิมๆ กันดูสักครั้งมั้ย?

เพราะโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราได้เรียนรู้ สำรวจ และค้นพบ ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ ผู้คน แต่ทว่าการเป็นตัวของเราเองในอีกแบบ และเพราะ…ประสบการณ์บางอย่างต้องแลกมากับความกล้าเดินออกจากความสุขเดิม ๆ

จากชีวิตประจำวันที่เคยชิน มาลองเติมเต็มแรงบันดาลใจและพลังชีวิตให้พลุ่งพล่านเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่กันสักทริปมั้ยล่ะคะ
 

1.WWOOF (World Wide Opportunities on Organic Farms)

“ห้องทดลองสีเขียว ใช้ชีวิตเพียว ๆ ปลอดสารเคมีในฟาร์มออร์แกนิค”

WWOOF อ่านว่า ‘วูฟ’ โครงการนี้เริ่มต้นในปี 1971 ที่ประเทศอังกฤษจากแนวความคิดของ ‘Sue Coppard’ ชาวเมืองอังกฤษที่อยากให้คนเมืองได้ทดลองใช้ชีวิตในชนบท ทำฟาร์มปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ทำสวน ในรูปแบบอาสาสมัคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ จนกระทั่งตอนนี้ WWOOF ได้แพร่ขยายไปกว่า 99 ประเทศทั่วโลก ข้อดีของโครงการนี้คือคุณจะได้เรียนรู้โลก รู้จักตัวเอง เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบออร์แกนิคไร้สารเคมี ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มุมมอง ชีวิตความเป็นอยู่ กับมิตรต่างชาติ ต่างภาษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แถมได้ค่าตอบแทนเป็นอาหาร ที่พัก และประสบการณ์สุดล้ำค่า มี WWOOFER คนไทยหลายคนได้เขียนเล่าประสบการณ์ไว้ในรูปแบบหนังสือ เช่น เราพบกันเมื่อวันอาทิตย์อุทัย อยู่ญี่ปุ่นอย่างหมาป่า ฯลฯ WWOOF ไม่ต้องเก่งภาษาอังกฤษมากก็ไปได้ เรื่องวีซ่าขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประเทศที่คุณเลือก ได้เวลาเดินออกจากชีวิตธรรมดามาเป็น WWOOFER แล้วจะรู้ว่าชีวิตเรามันคูลกว่าที่เป็นอยู่ได้ขนาดไหน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ http://www.wwoof.net

01japanjapan.asia

10417695_10152705054896773_1678840254038830993_n 10488023_10152705052476773_6057320876662442156_n CIMG0241
 

2. Work and Travel

“โครงการยอดฮิตของเด็กมหาลัย ทำงานไปท่องเที่ยวไปในต่างแดน”

มีมานานกว่า 15 ปีแล้วกับ Work and Travel โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับอุดมศึกษาที่ถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้นักศึกษาไทยตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยได้ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมทำงานที่ประเทศอเมริกาโดยใช้วีซ่า J-1 ได้ 2-4 เดือนและสามารถเที่ยวต่อได้อีก 1 เดือน นายจ้างยอดฮิตในหมู่เด็กไทย เช่น Disney World, Six Flags, McDonald’s Harrah lake Tahoe Casino โดยคุณต้องสมัครผ่านเอเจนซี่จัดหางานในเมืองไทย และมีการทดสอบระดับภาษา ควรเลือกไปกับบริษัทที่เชื่อถือได้เช่น Acadex, Worantax ข้อดีของ Work and Travel คือ ได้เงินค่าขนม (จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับนายจ้างที่เลือกและฤดูการท่องเที่ยว) และได้ประสบการณ์ภาษา ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและการทำงานของชาวอเมริกันในองค์กรระดับโลก ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียให้เอเจนซี่เฉลี่ยแล้วประมาณห้าหมื่นบาท ซึ่งหากรวมค่าเครื่องบินแล้วจะตกราว ๆ แสนบาทค่ะ

01 01studentsgoabroad.com


OLYMPUS DIGITAL CAMERA
DSC_0965

3. AU PAIR

“โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านการเลี้ยงเบบี้”

ใครหัวใจนางงามมีความรักเด็กน่าจะเหมาะกับโครงการนี้ ‘ออแพร์’ คือ พี่เลี้ยงเด็กในต่างประเทศทั่วโลกระยะเวลาประมาณ 1 ปี เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน เดนมาร์ก เบลเยี่ยม เงื่อนไขของผู้สมัครจะแตกต่างกันไปแต่ละประเทศ โดยบางที่จะรับแต่ผู้หญิง ส่วนใหญ่ต้องมีอายุตั้งแต่ 18-25 ปี ขึ้นไป จบปริญญาตรี ภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดี ต้องมีประสบการณ์การเลี้ยงเด็ก สุขภาพแข็งแรง ขับรถได้และมีใบขับขี่ ปรับตัวได้ดี ค่าโครงการจะอยู่ที่ประมาณสามหมื่นบาท ข้อดีของโครงการนี้คือได้สัมผัสชีวิตต่างประเทศแบบเต็ม ๆ อัพความสามารถในการใช้ชีวิตตัวคนเดียว ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวชาวต่างชาติ ได้ดูแลเด็ก ได้ที่พักฟรีและรายได้ตลอดทั้งปี ใครสนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ www.culturalcare.co.th

01blog.interexchange.org

02
elllo.org

03aupairthailand.org

girl-1417805 watercolor-1426440

4. Workaway

“ออกเดินทางอย่างฮิปสเตอร์ตัวแม่ แม้งบน้อยก็เที่ยวรอบโลกได้”

สาว ๆ คนไหนกล้าหลุดจากกรอบความเคยชินเดิม ๆ พร้อมผจญภัยและรักสนุก กล้าเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้เป็นเพื่อนสนิท คุณเหมาะกับโครงการนี้มาก ๆ ค่ะ มางลองสมัครโครงการ Workaway หรือ การเที่ยวเชิงอาสาสมัคร โดยคุณต้องเสียค่าสมัครสมาชิกถ้าไปคนเดียว $29/2ปี และ ถ้าไปเป็นคู่ $38/2 ปี หลักการคือต้องทำงานแลกที่พักและอาหาร ตอนนี้มีโฮสต์เข้าร่วมโครงการมากถึง 155 ประเทศทั่วโลก มีงานให้เลือกหลายแบบ หลายแนวมาก ๆ ตั้งแต่ช่วยต่อเติมบ้าน ลูกเรือสำราญในหมู่เกาะบาฮามาส หรือ ดูแลสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ที่ฟินแลนด์! ข้อดีคือช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต ได้ค้นพบความสามารถที่ตัวคุณเองไม่รู้ว่ามีอยู่ มีเรื่องเล่าเจ๋ง ๆ ให้ลูกหลานฟัง ใครพร้อมผจญภัยแล้วไปลุยกันเลย! https://www.workaway.info

01 163371265389_146066735802938 227769845116_146252728104902 378112944954_144489625604426 378448945733_145338670905308 492457971166_145788482809506 769356516779_145910522609387 861514582859_144907689508264 Workaway_logoworkaway.info
 

5. HelpX

“เที่ยวแนวใหม่หัวใจอาสา ได้มาเป็นผู้ช่วยคนทั่วโลก”

Help Exchange หรือ ‘HelpX’ เกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2001 โดย Rob Prince นักเดินทางชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มการท่องเที่ยวระบบโฮสต์ แลกประสบการณ์และที่พักระยะสั้นกับการช่วยงานคนท้องถิ่น หลังจากนั้น HelpX ก็ได้รับความนิยมทั่วทั้ง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป แคนาดา สหรัฐอเมริกา ด้วยจำนวนโฮสต์ที่มากขึ้น มีที่พักให้เลือกหลายประเภท เช่น ฟาร์มปศุสัตว์ โฮมสเตย์ กระท่อม B&Bs Hostels หรือแม้แต่เรือใบ! คุณต้องช่วยงานอย่างน้อยวันละ 4 ชม. มีค่าสมาชิกโครงการ 20 ยูโร/2ปี ข้อดีของ HelpX คือเปิดโอกาสให้คุณเลือกโฮสต์ที่ต้องการให้ได้ก่อนจ่ายค่าสมาชิก และโฮสต์ในโครงการค่อนข้างไว้ใจได้ เอาละ…ทริปหน้าใครอยากประหยัดงบ ลองหาที่พักแบบฟรี ๆ แลกกับการเป็นผู้ช่วยแบบ HelpX กันนะคะ https://www.helpx.net

01blogspot.com

02facebook.com/grouphelpX

03waltersupertramp.com

04blogspot.com

05wordpress.com

 

Shares
Shares

Nackna